ชนิดของเนื้อผ้า

เนื้อผ้าสำหรับตัด เสื้อยืด และโปโล ที่นิยมใช้ มี 3 ชนิด คือ

1. Cotton 100%(ผ้าฝ้าย)

เป็นเส้นใยธรรมชาติ 100% ผลิตจากฝ้ายสวมใส่สบายอากาศได้ดีซับเหงื่อได้ดีเยี่ยมเนื้อผ้าจะมีลักษณะ
ด้าน

ข้อดี
ความยืดหยุ่น สูงมาก สวยงามสวมใส่สบาย
เนื้อนุ่ม ไม่ร้อน ผ้านุ่มเนียนสวย
ซับเหงื่อและระบายอากาศได้ดี สามารถซับเหงื่อได้ดีเยี่ยม

ข้อเสีย
ผ้าจะหดตัว เมื่อผ่านการซักครั้งแรก
เมื่อซักบ่อยๆจะย้วย และหด ยืด ไม่อยู่ทรง ยับง่าย ดูแลรักษาลำบาก สีซีดเก่าเร็ว
มีราคาสูงกว่าผ้าชนิดอื่น ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพผ้าและร้านขาย

ส่วนใหญ่ จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ในที่กลางแจ้งและโดนแดดบ่อยๆ เพราะผ้าจะระบายอากาศได้ดี ไม่ค่อยอมเหงื่อ หรือต้องการความหรูหราใส่สบายแต่ราคาอาจจะสูงซักนิดนึง

ประเภทเส้นใยของ Cotton สามารถแบ่งตามลักษณะ ได้ดังนี้
1.1 Cotton OE เป็นผ้า Cotton เกรดต่ำสุด ลักษณะของผ้าจะมีความกระด้างมากว่าผ้า Cotton Semi และ ผ้า Cotton Comb
1.2 Cotton Semi เป็นผ้า Cotton เกรดปานกลาง ผ้าจะมีความเนียน ณ ระดับหนึ่ง ไม่กระด้าง ราคาไม่สูง และคุณภาพค่อนข้างใช้ได้
1.3 Cotton Comb เป็นผ้า Cotton เกรดดีที่สุด ลักษณะของผ้าจะมีความเนียนและเงามาก และราคาจะสูงกว่าผ้า Cotton ชนิดอื่นๆ

เส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า Cotton มีดังนี้

Cotton No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ผ้าที่ทอได้จึงหนาพอสมควร

Cotton No.32 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็ก ผ้าที่ทอได้จะเนียนและบาง Cotton No.40 เส้นด้ายมีขนาดเล็กที่สุด ผ้าที่ทอจึงเนียนมาก และบางมาก จึงต้องทอเป็นเส้นคู่ และราคาจะค่อนข้างสูง

2. CVC

ผ้าชนิดนี้มีส่วนผสมเหมือนเนื้อผ้า TC เพียงแค่มีส่วนของ Cotton เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
ข้อดี คือ สวยงาม สวมใส่สบาย ไม่ร้อน ซับเหงื่อ ระบายอากาศได้ดี และอยู่ตัวกว่า Cotton 100%
ข้อเสีย คือ จะคล้ายผ้า Cotton เพียงแค่จะหดย้วยน้อยกว่าเท่านั้น และราคาก็สูงกว่า TC
เป็นผ้าที่ไม่ค่อยนิยมใช้งานกันมากนักในตลาดทั่วไป
3. TC (Cotton ผสม Polyester) Cotton65%+Poly35%
เป็นเส้นใยผสมระหว่าง Cotton และ Polyester ผ้าชนิดนี้นิยมทอผ้าให้มีลักษณะเป็นรู (ทอแบบ juti รูจะเป็นรูปรังผึ้ง) เนื่องจากผ้าประเภท TC และ TK มีคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ไม่ค่อยดีนัก การทอผ้าชนิดนี้จึงนิยมทอผ้าให้มีรูเล็กๆ เพื่อช่วยในการระบายอากาศ และเพื่อความสบายในการสวมใส่ เนื้อผ้า TC จะมีลักษณะมัน (น้อยกว่า TK)ราคาของผ้าขึ้นอยู่กับสีที่เลือก

ข้อดี
สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีพอใช้
การดูดซับน้ำดีพอใช้ ดูแลรักษาง่าย
อายุการใช้งานใกล้เคียงกับเนื้อผ้า Cotton 100% และใช้งานได้นานกว่าเนื้อผ้า TK
ไม่หดย้วย หรือเสียทรงเมื่อมีการซัก หรือ แช่น้ำ หลังจากการใช้งาน
ราคาย่อมเยา

ข้อเสีย
ผ้ามีการย้วยบ้างเมื่อผ่านการซัก
เนื้อผ้าจะไม่เนียนสวยเท่า Cotton
ราคาขึ้นอยู่กับสีผ้า

เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์ เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและข้อดีที่โดดเด่นกว่า

Cotton 100% คือ อยู่ทรง ไม่หดไม่ย้วย (ส่วน Cotton จะคุม % ความหดและย้วยลำบาก)
นิยมทำเป็นเสื้อฟอร์มพนักงาน เพราะราคาปานกลาง ระยะเวลาการใช้งานเหมาะสม

เส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า TC มีดังนี้
TC No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ใช้ทอได้ทั้งผ้าเรียบและผ้าจูติ
TC No.34 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็กมาก ใช้ทอผ้าจูติ จึงต้องทอเป็นเส้นคู่

4. TK (Polyester หรือใยสังเคราะห์)
เป็นเส้นใยสังเคราะห์ผลิตจาก Polyester ผ้าใยสังเคราะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า TK เนื้อผ้าจะมีลักษณะมันมากกว่า TC คุณสมบัติทั่วๆไป คือ ผ้าจะไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่ย้วย สีไม่ตก แต่ข้อเสียก็คือเสื้อที่ทำจากผ้า TK ใส่แล้วจะร้อน เนื่องจากระบายอากาศไม่ดีผ้า TK จึงนิยมทอ ให้มีลักษณะเป็นรูเช่นกัน ทนทานหาได้ง่ายและวางขายตามท้องตลาด

ข้อดี
ราคาที่ถูกกว่าเนื้อผ้าอื่นๆ ทำให้ประหยัดงบประมาณ
ผ้าทนทาน อยู่ตัว ไม่หดไม่ย้วย หรือเสียทรงเมื่อมีการซัก หรือแช่น้ำหลังจากการใช้งาน
หาซื้อง่ายตามท้องตลาด

ข้อเสีย
ผ้าจะเป็นเม็ดเมื่อผ่านการซัก
เนื้อผ้ากระด้าง ระบายอากาศไม่ดี
ไม่ดูดซับน้ำ ซับเหงื่อ เวลาใส่ในที่อากาศร้อน

ประเภทของงานสกรีนเสื้อ

ประเภทของงานสกรีนเสื้อ
1. งานบล็อก ซิลค์สกรีน
เป็นระบบในการพิมพโดยต้องใช้บล็อคสกรีน 1 สี ต่อ 1 บล็อค 4 สี ก็ต้องใช้ 4 บล็อค ซึ่งเหมาะกับการพิมพ์เสื้อ สกรีนเสื้อจำนวนมาก
ข้อดี คือ
– ถ้างานมีปริมาณมาก ราคาพิมพ์สกรีนเสื้อต่อตัวจะค่อนข้างถูก
– สามารถพิมพ์ได้บนผ้าทุกชนิด รวมถึงวัสดุต่างๆ เช่น พิมพ์กสรีนลงบนไม้ MDF ไม้สัก เหล็ก PVC พลาสติคแทบทุกประเภท และอื่นๆ
– ขนาดของลายพิมพ์ ไม่ค่อยจำกัด แต่กรณีต้องใช้บล็อคขนาดใหญ่ จำนวนของชิ้นงาน ก็ควรจะมากตามไปด้วย มิฉะนั้น ราคาจะค่อนข้างสูง
2. งานพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล(Digital printing)
เป็นการพิมพ์ผ้าโดยใช้เครื่องพิมพ์ที่อาศัยหลักการเดียวกับการพิม์กระดาษ ด้วยเครื่อง Printer ทั่วไป เพียงแต่เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นพิมพ์ตรงลงบนเนื้อผ้า ซึ่งกระบวนการพิมพ์ผ้าด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอลปัจจุบันมีทั้งที่ใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรมและใช้พิมพ์เสื้อสำเร็จรูป ซึ่งการพิมพ์โดยด้วยเครื่องดิจิตอลจำเป็นต้องนำผ้าไปผ่านกระบวนการ Pre-Treat ก่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์และต้องมีการอบเคลือบสีหลังจากการพิมพ์ (finishing)เพื่อให้หมึกพิมพ์ติดทนบนเนื้อผ้า
ข้อดี คือ
-พิมพ์ลงบนเนื้อผ้าCOTTON 100% ได้
-พิมพ์งานจำนวนน้อยได้ โดยไม่ต้องอัดบล็อคสกรีน
-ลายสกรีนเสื้อจะสีเดียวหรือหลายสี ก็ราคาเท่ากัน
ข้อเสีย คือ
-ถ้าพิมพ์งานปริมาณมาก ราคาจะแพงกว่าการพิมพ์ผ้า แบบ ซิลค์สกรีน
-ขนาดพิมพ์ค่อนข้างจำกัด ไม่เกิน A3
3. sublimation
อาศัยหลักการระเหิดของหมึก (Dye sublimation) การพิมพ์วิธีนี้จะใช้การพิมพ์ลายลงบนกระดาษโฟโต้อิงค์เจ็ทที่ใช้สำหรับพิมพ์ ภาพถ่ายทั่วไป โดยใช้หมึกดูราซับ (Durasub) ซึ่งเป็นหมึกประเภทที่มีคุณสมบัติในการระเหิดของสีเมื่อโดนความร้อน (Sublimation Ink) ส่วนเครื่องพิมพ์จะต้องเป็นเครื่องอิงค์เจ็ทที่รองรับหมึกที่มีความเข้มข้น สูงอย่าง Sublimation ink เมื่อพิมพ์ลงบนกระดาษแล้วนำไปกดทับด้วยเครื่องรีดความร้อนหมึกจะระเหิด กลายเป็นไอเกาะติดและย้อมลงไปบนเส้นใยผ้าเกิดเป็นลวดลาย โดยหมึกประเภทนี้จะมีคุณสมบัติทนต่อการซักล้างและทนแดด เหมาะกับการพิมพ์ผ้าที่มีสีอ่อนและผ้าใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์หรือไนล่อน
ข้อดี คือ
-พิมพ์งานจำนวนน้อยได้ โดยไม่ต้องอัดบล็อคสกรีน
-ลายสกรีนเสื้อจะสีเดียวหรือหลายสี ก็ราคาเท่ากัน
ข้อเสีย คือ
– พิมพ์ได้เฉพาะผ้าใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์
-ขนาดพิมพ์ค่อนข้างจำกัด ไม่เกิน A3
4.โพลีเฟล็ก
อาศัยกาวเป็นตัวยึดเกาะ โดยการพิมพ์ลงบนกระดาษหรือฟิลม์โดยมีกาวเคลือบ เมื่อนำไปรีดความร้อนกาวจะเป็นตัวยึดเกาะระหว่างสีกับเนื้อผ้า ซึ่งการพิมพ์โดยวิธีนี้ถูกนำไปใช้ในหลายประเภทงานพิมพ์เนื่องจากหมึกพิมพ์ สามารถใช้ได้กับหลากหลายชนิดงานพิมพ์ เช่น งานพิมพ์ออฟเซต , งานพิมพ์กราเวียร์, งานพิมพ์สกรีน และ งานพิมพ์อิงค์เจ็ต ซึ่งแต่ล่ะประเภทงานก็มีความแตกในเรื่องของความละเอียดความคมชัดของงานและ ปริมาณที่จะพิมพ์ โดยในงานพิมพ์อิงค์เจ็ตจะใช้กระดาษทรานเฟอร์ซึ่งเป็นกระดาษชนิดพิเศษที่มี การเคลือบกาว แล้วใช้หมึกพิมพ์อิงค์เจ็ทธรรมดาหรือหมึกกันน้ำ(ดูราไบท์)พิมพ์ลงบนกระดาษ ทรานเฟอร์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แล้วจึงนำไปรีดด้วยเครื่องรีดความร้อน กาวจะเป็นตัวยึดเกาะระหว่างหมึกพิมพ์กับเส้นใยของผ้า ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับผ้าการพิมพ์ลงบนผ้า cotton 100 %
ข้อดี คือ
-พิมพ์ลงบนเนื้อผ้าได้ทุกชนิด
-พิมพ์งานจำนวนน้อยได้ โดยไม่ต้องอัดบล็อคสกรีน
-ลายสกรีนเสื้อจะสีเดียวหรือหลายสี ก็ราคาเท่ากัน
ข้อเสีย คือ
-ถ้าพิมพ์งานปริมาณมาก ราคาจะแพงกว่าการพิมพ์ผ้า แบบ ซิลค์สกรีน
-ขนาดพิมพ์ค่อนข้างจำกัด ไม่เกิน A4

ประวัติการสกรีน

ประวัติการพิมพ์ซิลค์สกรีน
การพิมพ์ซิลค์สกรีนเป็นระบบการพิมพ์ที่รอยหมึกเกิดจากรอยปรุ ของแม่พิมพ์โดยใช้ยางปาดหมึกให้ไหลผ่านผ้าสกรีนไปปรากฎลงบนวัสดุที่จะพิมพ์
มนุษย์เรียนรู้ระบบงานพิมพ์มาเป็นเวลานานแล้ว ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบว่ามีการใช้มือตนเองเป็นแม่พิมพ์เพื่อระบายสีบนผนังถ้ำต่อมาจึงวิวัฒนาการเป็นภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพพิมพ์หิน ภาพพิมพ์โลหะ และภาพพิมพ์ซิลค์สกรีนเพื่อ บันทึกเรื่องราวต่างๆ
เมื่อประมาณ 1,000 ปีล้วงมาแล้วซาวจีนและชาวไอยคุปต์สามารถ ประดิษศ์แม่พิมพ์ด้วยการนำเอาแผ่นกระดาษและแผ่นโลหะมาฉลุเป็นลวดลาย ต่างๆ แล้วโรยสีลงไป เมื่อยกแม่พิมพ์ออกจะได้ลวดลายตามแบบนั้น เรียกการพิมพ์ลักษณะนี้ว่าการพิมพ์สเตนซิล (stencil) นอกจากนี้ยังพบว่าชาวจีน นำผมของตนมาทอเป็นเส้นเพื่อทำแม่พิมพ์อีกด้วย
ประมาณ ค.ศ.1680-1684 สมัยเทนนาอีรา (Tenna Era) ประเทศญีปุน ออกกฎหมายห้ามประชาชนธรรมดาสวมไส่ชุดกิโมโน ยกเว้นบุคคลสำคัญ นักแสดงและซามูไรเท่านั้น นักเขียนภาพคนหนึ่งชื่อยาเชนไช มายาซากิชัน (Yazensai Mayasakisan) จึงคิดค้นวิธตกแต่งชุดกิโมโนให้มีความสวยงามกว่า ที่เป็นอยู่ ด้วยการพิมพ์วิธีไทเลส สเตนซิล (Tieless stencil) โดยทำแม่พิมพ์ จากจากกระดาษชุบนำมันลินชีสเพื่อให้ทนน้ำเวลาพิมพ์ นำมาวางซ้อนกันแล้ว ใช้มีดตัดตามแบบนำขนสัตว์หรือผมคนมาวางเป็นร่างแหเพื่อช่วยยึดแบบฉลุ โดยติดกาวยึดระหว่างแบบที่เป็นแผ่นกระดาษแต่ละชั้น จะได้แม่พิมพ์ที่มีรอยปรุ และเส้นนผมหรือขนสัตว์เป็นตาข่ายรองรับสิ่งพิมพ์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพิมพ์ ซิลค์สกรีนในเวลาต่อมา
ภายหลังมีผู้วิวัฒนาการแม่พิมพ์ฉลุโดยใช้เล้นไยของผ้าไหมมาขึงตึง บนกรอบไม้สี่เหลี่ยมสร้างลวดลายด้วยการใช้กาวอุด หรือขี้ผึ้งอุดรูผ้าไหมแล้ว ปาดสีให้ผ่านรูผ้าไหมเกิดเป็นลวดลายต่างๆ เรียก’ว่า “การพิมพ์ซิลค์สกรีน (Screen Printing) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในการพิมพ์ลวดลายผ้า ปัจจุบันมีการคิดค้น ใช้พิล์มเป็นวัสดุอุดรูผ้าไหม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงานมากยิ่งขึ้น
ในปี ค.ศ. 1907 ชาวอังกฤษชื่อไฟนน์ (Finn) จดทะเบียนลิขสิทธ์การพิมพ์ ซิลค์สกรีนเป็นครั้งแรกและในปี ค.ศ.1925 มีผู้จดทะเบียนเครื่องพิมพ์ชิลค์สกรีน
ปัจจุบันผ้าเส้นใยในล่อนและโพลีเอสเตอร์พัฒนาขึ้นเป็นสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีแดงเพื่อลดการหักเหของแสงขณะทำแม่พิมพ์กาวอัดและยังนำมาผสม เส้นลวดทองแดงหรือโลหะปลอดสนิมเพื่อลดการเกิดไฟฟ้าสถิตบนผ้าไหม แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้เพราะเมื่อถูกกระทบแล้วมักหักงอเสียรูปทรงยังคงนิยม ใช้ในอุตสาหกรรมการพิมพ์แก้วเท่านั้น
การพิมพ์ซิลค์สกรีนเป็นที่นิยมโดยทั่วไป เพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว ประณีต คงทนและราคาถูก สามารถพิมพ์บนวัสดุต่างๆได้ทุกชนิดก่อให้เกิดความสวยงามแก่ผู้พบเห็นโดยทั่วไป
ร้านรับสกรีนเสื้อ เสื้อยืด เสื้อโปโล ปักเสื้อยืด ปักเสื้อโปโล ราคาถูก

วิธีการดูแลรักษาเสื้อยืด

วิธีการดูแลรักษา “เสื้อยืดตัวโปรด” ของเราให้อยู่ได้นานๆ มีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร ?
1. กลับด้านเสื้อยืดก่อนซัก
กลับเอาด้านในของเสื้อออกมา เพื่อถนอมลายบนเสื้อยืดไว้ ไม่ให้ถูกกระทำทารุณกรรมโดยตรงจากการซัก
2. ใส่ถุง ยืดอายุ
นำเสื้อยืดใส่ถุงสำหรับซักผ้า ก่อนนำไปเข้าเครื่องซักผ้าที่มีแรงปั่นมหาโหดก็ช่วยลดแรงดึง ไม่ให้เสื้อยืดกลายเป็นเสื้อย้วยได้
3. ใช้น้ำยาซักผ้ากับเสื้อยืดสีเข้ม
สำหรับเสื้อยืดสีเข้ม อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับผงซักฟอกสักเท่าไหร่ เพราะผงซักฟอกที่ขจัดคราบได้ดีก็มักจะไม่ปราณีกับสีของเสื้อยืดเราด้วย นอกจากนี้ผงซักฟอกอาจจะละลายไม่หมดจับตัวเป็นก้อนและทิ้งคราบไว้บนเสื้อยืด ได้ ควรใช้น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกสำหรับผ้าสี จะเหมาะกว่า
4. น้ำยาปรับผ้านุ่ม
ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มในขั้นตอนการซักผ้า จะช่วยให้เสื้อยืดนุ่ม น่าสวมใส่ ผ้าไม่กระด้าง กรอบเวลาตาก และไม่ยับมากอีกด้วย ไม่ต้องรีด ช่วยลดโลกร้อน
5. ไม่เทผลิตภัณฑ์ซักผ้าใดๆ ลงบนเสื้อยืดโดยตรง
ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดใดก็ตาม ย่อมมีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสารเหล่านั้นอาจทำให้เสื้อยืดเป็นรอยด่างได้
6. อย่าทิ้งเสื้อยืดให้แห้งเอง
เมื่อซักผ้าเสร็จแล้วควรนำไปตาก ไม่ควรทิ้งเสื้อยืดไว้ในเครื่องซักผ้าเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เสื้อยืดยับ มาก รวมถึงเสื้อผ้าทุกชนิดด้วย หากซักผ้าทิ้งไว้อย่าลืมตั้งเวลาเตือนด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องออกแรงรีดกันยกใหญ่
7. ไม่ตากเสื้อยืด ในที่แดดจัดเกินไป
เสื้อยืดก็เหมือนเสื้อผ้าชนิดอื่นๆ ถ้าตากในที่แดดจัดเกินไป สีของเสื้อยืดอาจจะซีด ไปเร็วกว่าที่คุณคิดก็ได้
8. รีดเสื้อยืด จากด้านใน
เสื้อยืดที่สกรีนลาย ควรรีดจากด้านในเสื้อ หรือใช้ผ้าบางๆ วางบนลายสกรีนก่อนรีด
การดูแลรักษาเสื้อยืดตัวโปรดง่ายๆ เท่านี้จะช่วยให้เสื้อยืดของคุณเป็นเสื้อตัวโปรดไปอีกนาน
แต่ถ้าหากคุณคิดว่าการดูแลเหล่านี้ช่างยุ่งยากวุ่นวายเหลือเกิน คุณก็ควรจะซื้อเสื้อยืดสำรองไว้เยอะๆ เมื่อเสื้อยืดตัวไหนจากคุณไปแล้วคุณก็ยังมีตัวอื่นเป็นตัวโปรดอยู่

โปรแกรมอกแบบเสื้อ

โปรแกรมที่จะมาแนะนำนี้ใช้สำหรับออกแบบเสื้อตัวอย่าง ในกรณีที่เรามีลายที่ได้ออกแบบไว้แล้ว อยากเห็นว่าหน้าตาตอนสกรีนลงเสื้อเสร็จแล้วจะออกมาเป็นยังไง จะได้ปรับแก้จนพอใจก่อนส่งให้ร้านสกรีน ตัวโปรแกรมสามารถใช้งานผ่านเว็บได้เลยไม่ต้องโหลดมาติดตั้งที่เครื่องครับ โดยมีฟีเจอร์ที่สามารถ ปรับขนาดภาพ(ลายที่เรา Upload ขึ้นไป) บนเทมเพลตเสื้อเปล่าที่มีสีต่าง ๆ ให้เลือก รวมถึงสามารถเพิ่มข้อความโดยเลือกใช้ฟอนต์ได้หลากหลาย ลองไปชมตัวอย่างหน้าอินเตอร์เฟซการใช้งานครับเอามารีวิวคร่าว ๆ
เว็บแรกเป็นของ Tshirtshack.com เป็นเว็บรับสกรีนเสื้อออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถออกแบบลายได้ด้วยตนเองและส่งออเดอร์ให้กับทางเว็บ
จากรูปจะเห็นตัวโปรแกรมจะเห็นว่ามีส่วนของ
– การ Upload รูป(ลายที่เราออกแบบไว้)
– Add Text (เพิ่มข้อความ) เลือกฟอนต์ได้
– ปรับตำแหน่งการจัดวาง
– เลือกสีเสื้อยืดได้
-และที่สำคัญคือ Save เป็นไฟล์ได้

ส่วนอีกเว็บเป็นของ phpimagegenerator.com
เว็บนี้จะเป็นเว็บขายตัวซอฟต์แวร์เพื่อนำไปติดตั้งบนเว็บที่ให้บริการสกรีนเสื้อออนไลน์ แต่ก็มีตัวโปรแกรมเดโมที่ใช้งานได้จริง (ทางแพนด้าสกรีนก็เล็ง ๆ ตัวนี้ไว้อยู่เหมือนกันว่าจะนำมาติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ) ราคาซอฟต์แวร์อยู่ที่ประมาณ 3000 บาท
ส่วนของ Demo ที่สามารถใช้งานตัวโปรแกรมได้จริง ฟีเจอร์ทั่ว ๆ ไปก็เหมือน ๆ กับตัวแรกที่แนะนำครับ แต่ของเจ้านี้ผมชอบตัวเทมเพลตของเสื้อยืดมากกว่า และส่วนของการ Save ไฟล์สามารถ Save ตรงลงเครื่องได้ทันทีไม่ต้องกรอกข้อมูล email ให้ยุ่งยากเหมือนเว็บแรกครับ
รูปเสื้อตัวอย่างที่ Save ลงมาที่เครื่องครับ
ลองเข้าไปใช้งานดูครบที่ phpimagegenerator.com/demo.html

สีสกรีน

สีสกรีนเสื้อที่ใช้สำหรับงานสกรีนลงบนเสื้อยืดหรือผ้า โดยทั่วไปแบ่งได้ เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้สีสกรีนเสื้อประเภทเชื้อน้ำ สีสกรีนประเภทนี้จะอาศัยน้ำเป็นตัวละลายเนื้อสี(pigment) และแป้งพิมพ์(Print paste) เข้ากันเป็นเนื้อเดียว โดยแป้งพิมพ์ที่เตรียมไว้สำหรับผสมกับสีสกรีนจะมีส่วนผสมของสารยึดเกาะ (Binder) เพื่อช่วยในการยึดติดบนเส้นใยของเสื้อผ้า ส่วนสีสกรีนอีกประเภทที่นิยมนำมาใช้กับการสกรีนเสื้อคือ สีพลาสติซอล ซึ่งมีองค์ประกอบหลักของเนื้อสีผลิตมาจาก PVC และ Plasticizer โดยอาศัยน้ำมันเป็นตัวทำละลาย
ตามร้านจำหน่ายสีสกรีนหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนใหญ่ ๆ จะมีจำหน่ายทั้งแบบนำไปผสมเอง(สี + แป้งพิมพ์สำเร็จรูป + สารเติมแต่งเพื่อเพิ่มคุณสมบัติบางประการในการนำไปใช้ในงานสกรีน) และแบบที่ผสมสำเร็จเป็นเฉดสีมาตราฐานพร้อมสกรีน ประมาณ 6 -14 สี อย่างไรก็ตามสำหรับสีผสมสำเร็จก่อนนำไปใช้งานอาจต้องเจือจางความข้นหนืดของเนื้อสีสกรีนโดยการเติมน้ำ หรือน้ำมันขึ้นกับตัวทำละลาย เพื่อไม่ให้สีซึมเลอะ(กรณีที่มีความข้นหนืดต่ำ)หรือสีแห้งติดบล็อค(กรณีที่มีความข้นหนืดสูง) หรืออาจต้องเติมสารเพิ่มคุณสมบัติในการสกรีนซึ่งขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ของสีแต่ล่ะยี่ฮ้อตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
ในกรณีที่ต้องการผสมสีพิเศษนอกเหนือจากสีมาตราฐาน จะใช้หัวเชื้อสีน้ำ (Water based Color Concentrate) สำหรับงานสกรีนฐานน้ำเป็นตัวผสม หรือหัวเชื้อสีพลาสติซอล (Plastisol Pigment Concentrate) สำหรับงานสกรีนด้วยสีพลาสติซอลเป็นตัวผสมสีให้ได้เฉดสีตามที่ต้องการ
สีสกรีน Pigment Dyes

สีสกรีนเสื้อเชื้อน้ำ (water based screen ink) สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทตามคุณสมบัติของแป้งพิมพ์ที่นำมาใช้ผสมสีสำหรับสกรีนเสื้อดังนี้

สีสกรีนเสื้อแบบสีจม คุณสมบัติของสีสกรีนประเภทนี้ เนื้อสีจะมีความละเอียดสามารถซึมลงไปถึงเส้นใยผ้าและเนื้อสีจะมีความโปร่งใส เมื่อนำไปสกรีนลงบนเสื้อยืดลวดลายสกรีนจะให้ผิวสัมผัสที่เรียบจนแทบเป็น เนื้อเดียวกับเสื้อ ด้วยเหตุที่เนื้อสีมีความโปร่งจึงนิยมนำไปใช้ในงานสกรีนบนเสื้อสีอ่อน

สีสกรีนเสื้อแบบสีลอย คุณสมบัติของสีลอยคือ เนื้อสีจะมีความละเอียดน้อยกว่าสีจม ทำให้เนื้อสีเกาะติดอยู่บนเส้นใยของผ้า เมื่อสกรีนลงเสื้อผิวสัมผัสจะให้ความรู้สึกถึงลวดลายที่มีความหนาขึ้นมาจาก เนื้อผ้า และเมื่อลองดึงหรือยืดลายสกรีนจะสัเกตุเห็นถึงเนื้อสีที่แยกออกจากกันจับ อยู่บนผิวของเนื้อผ้า และเนื่้องจากเนื้อสีของสีประเภทนี้จะมีความทึบแสงจึงเหมาะที่จะนำไปสกรีนลง บนเสื้อสีเข้ม หรือนำไปสกรีนรองพื้นสีขาวบนเสื้อสีเข้มแล้วจึงสกรีนทับด้วยสีจม ข้อเสียของสีลอยคือแห้งเร็วซึ่งทำให้บล็อคสกรีนตันง่าย หมึกสกรีนติดหลังบล็อค

สีสกรีนเสื้อแบบสียาง คุณสมับัติของสียางเนื้อสีจะมีความยืดหยุ่นสูงและมีความเงา ให้สีที่สด เมื่อสกรีนลงบนเนื้อผ้า เนื้อสีจะไปจับอยู่บนเส้นใยเช่นเดียวกับสีลอย ผิวสัมผัสจะมีชั้นความหนา(บาง)ของลายสกรีน และเมื่อลองดึงเนื้อผ้าเพื่อยืดลายสกรีนออก เนื้อสีจะยืดออกตามเนื้อผ้าเสมือนมีความยืดหยุ่นเป็นเนื้อเดียวกัน และเนื่องด้วยเนื้อสีมีความทึบแสงจึงสามารถสกรีนได้ทั้งบนเสื้อสีอ่อนและสี เข้มโดยไม่ต้องรองพื้นก่อน

สีสกรีนเสื้อแบบสีนูน ในหมึกพิมพ์จะผสมสารที่ทำให้เกิดการฟูขึ้นของเนื้อสีเมื่อนำไปอบด้วยความ ร้อนหลังจากสกรีน ทำให้ลวดลายมีความหนานูนขึ้นมา โดยทั่วไปจะนำไปใช้ในงานสกรีนตัวอักษรหรือลายสกรีนที่ต้องการให้เกิดผิว สัมผัสมีความนูนเป็น 3 มิติ

สีสกรีนเสื้อพลาสติซอล (Plastisol screen ink) องค์ประกอบของสีพลาสติซอลผลิตจากสารเคมีประเภท PVC (polyvinyl chloride) และ plastiziser โดยใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย(เชื้อน้ำมัน) เมื่อสารเคมีทำปฏิกิริยากับความร้อนจะถูกหลอมละลายเคลือบไปบนวัสดุประเภทต่าง ๆ สีพลาสติซอลเป็นสีสกรีนอีกประเภทที่นิยมนำมาใช้ในงานสกรีนทั้งบนเสื้อผ้าและ บนพื้นผิววัสดุแทบทุกชนิด เนื่องจากมีคุณสมบัติในการยึดเกาะบนพื้นผิววัสดุที่ดี และมีความเงางามสดใสของเนื้อสี เมื่อนำไปสกรีนลงบนเสื้อหรือผ้าผิวสัมผัสจะมีชั้นความหนาของลวดลายเคลือบ อยู่บนเนื้อผ้าเช่นเดียวกับสียาง เนื่องจากเนื้อสีมีความทึบแสงจึงนิยมนำไปสกรีนทั้งบนเสื้อสีอ่อนและสีเข้ม และเป็นที่นิยมในงานสกรีนด้วย เทคนิค Halftone

สีสกีนพลาสติซอล
เนื่องจากเนื้อสีพลาสติคซอลจะแห้งที่อุณหภูมิ 130-160 องศาC ขึ้นกับความหนาบางของเนื้อสี ดังนั้นหลังการสกรีนสีสุดท้ายจำเป็นต้องอาศัยการอบด้วยความร้อนเพื่อให้เนื้อสีแห้งสนิทจริงที่อุณหภูมิประมาณ 130-160 องศา C โดยถ้าเป็นการอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบเคลื่อนที่ (Flush Cure) ซึ่งจะมีรางวิ่งไปตามโต๊ะสกรีนเพื่อเป่าลมร้อน เวลาที่ใช้ในการอบเสื้อแต่ล่ะประมาณ 20-30 วินาที หรือถ้าเป็นการอบสีด้วยเครื่องอบความร้อนแบบสายพาน(Conveyor) จะ ใช้วิธีควบคุมความเร็วในการเคลื่อนที่ของสายพานเพื่อให้เสื้อได้รับลมร้อนในช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับในงานสกรีนมากกว่า 1 สี การอบความร้อนในแต่ล่ะสีก่อนสกรีนสีถัดไปจะใช้อนุหภูมิอยู่ที่ประมาณ 100-120 องศาC

เนื่อง จากสีพลาสติซอลมีองค์ประกอบหลักประเภท PVC และ Plastiziser ซึ่งเป็นสารที่สกัดได้จากอุตสหกรรมปิโตรเคมี ในบางประเทศหรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจึงไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์เสื้อยืดที่ สกรีนด้วยสีที่มีสารประกอบจำพวก PVC ในส่วนของผู้ผลิตสีจึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในงานสกรีน เสมือนสีพลาสติซอลแต่ปลอดสาร PVC และ Plastiziser ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนำไปใช้ในงานสกรีน

การสกรีนเสื้อ แบบ DTG

การสกรีนเสื้อ แบบ DTG
การสกรีนเสื้อแบบ DTG (Direct to Garment) คือการสกรีนเสื้อ หรือ พิมพ์ลวดลายลงเนื้อผ้าโดยตรง โดยใช้เครื่องปริ้นเตอร์ พิมพ์ลงบนเสื้อ อาศัยหลักการเดียวกับการพิมพ์ภาพลงบนกระดาษ แต่หมึกจะคนละชนิดกัน และเปลี่ยนจากกระดาษ มาลงเสื้อโดยตรง และใช้เครื่องเครื่องฮีตทรานเฟอร์ กดลงบนเนื้อผ้า เพื่อให้สีคงบนเนื้อผ้า โดยเนื้องานที่ได้ออกมา จะได้งานคุณภาพใกล้เคียงกับงานพิมพ์ลงลงบนกระดาษเลยครับ
เหมาะสำหรับทำเสื้อเพื่อเป็นของขวัญ ของพรีเมี่ยม ให้แก่คนพิเศษ ในวันพิเศษ เสื้อกลุ่ม เสื้อทีม ที่มีจำนวนสีมาก แต่จำนวนเสื้อน้อย
การสกรีนแบบ DTG
ข้อดี
– สามารถสกรีนได้ไม่จำกัดจำนวนสี
– เหมาะสำหรับงานที่มีปริมาณน้อย
– เหมาะสำหรับงานด่วน
– สามารถสกรีนลงบน cotton100% ได้
ข้อเสีย
– การสกรีนเสื้อ แบบ DTG ราคาค่อนข้างสูง ถึงแม้จะทำจำนวนมาก
– สีจะดรอปลงไป หรือ สีเพี้ยนไปจากต้นฉบับบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพไฟล์งาน

แจกฟรี Artwork เสื้อยืดสำหรับออกแบบงานสกรีนเสื้อ

Artwork เสื้อยืดสำหรับออกแบบงานสกรีนเสื้อ
สำหรับลูกค้าท่านใดอยากออกแบบลายสกรีนเสื้อเองเพื่อสั่งงานสกรีนเสื้อกับทางเรา หรือร้านอื่นๆ แต่ยังหาเทมเพลต เสื้อไม่ได้ทางเรามีให้ ดาวน์โหลดกันฟรีๆ นำไปใช้ออกแบบเสื้อแล้วอย่าลืมส่งมาให้ ร้านสานฝัน สกรีนเสื้อ ให้ด้วยนะครับ

1. เสื้อโปโล พร้อมหมวก สำหรับงานออกแบบ สกรีนเสื้อ ดาวน์โหลดคลิกที่รูปเลยครับ http://design.bi/gallery/man-shirt-template/
เสื้อโปโล สำหรับงานสกรีนเสื้อ

2. เสื้อยืด ผู้ชาย ผู้หญิง ดาวน์โหลดคลิกที่รูปเลยครับ http://jovdaripper.deviantart.com/art/Vector-T-shirt-Template-143230813
เสื้อยืด สหรับรับสกรีนเสื้อ

3. เสื้อแจ๊กเก็ต แบบมีฮูด ดาวน์โหลดคลิกที่รูปเลยครับ http://pindlekill.deviantart.com/art/Hoodie-template-V2-64306551

4. เสื้อผู้หญิง เข้ารูป ดาวน์โหลดคลิกที่รูปเลยครับ http://muraviedo.deviantart.com/art/girl-t-shirt-template-146744110